วิเคราะห์บอล เรอัล มาดริด VS ลิเวอร์พูล ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

วิเคราะห์บอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

วิเคราะห์ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย เป็นการโคจรมาเจอกันของสองสโมสรยักษ์ใหญ่ระหว่าง “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ทีมแกร่งจากแดนกระทิงดุ เปิดรังเหย้า(ชั่วคราว)รอรับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมดังจากแดนผู้ดี โดยคู่นี้จะลงดวลแข้งกันที่สนาม เอสตาดิโอ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ในช่วงดึกของคืนวันอังคารที่ 6 เมษายน เวลา 02.00 น. หรือเข้าสู่ช่วงเช้าวันพุธที่ 7 เมษายน ตามเวลาประเทศไทย ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน

วิเคราะห์บอล เจ้าถิ่น

เจ้าถิ่นในเกมนี้ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ภายใต้การนำทัพของกุนซือ ซีเนดีน ซีดาน ผู้ที่เคยพาทัพราชันครองยุโรปได้ถึง 3 สมัยติดต่อกัน ฤดูกาลนี้เริ่มต้นมาไม่ค่อยดีเท่าไหร่นักในลีกทำคะแนนหล่นเรี่ยราดจนโดนอริร่วมเมือง แอตเลติโก มาดริด ทำคะแนนห่างไปไกล แต่ช่วงหลังพวกเขาก็กลับมาเรียกฟอร์มเก่งได้อีกครั้งทำให้แต้มไล่จี้จ่าฝูงเข้ามาใกล้มากขึ้นเหลือเพียง 3 คะแนนเท่านั้น โอกาสป้องกันแชมป์ยังมีความเป็นไปได้ไม่น้อย เกมนัดล่าสุดก็เปิดบ้านไล่ยิงเอาชนะ “ช่างปืน” เออิบาร์ ได้แบบสบายๆ 2-0 ส่งผลให้พวกเขาไม่แพ้ใครมา 11 เกมติดต่อกันแล้วในทุกรายการที่ลงสนาม ด้านผลงานในเวทียุโรปรอบแบ่งกลุ่มออกตัวได้ย่ำแย่เช่นกัน ต้องไปรอลุ้นจนถึงเกมสุดท้าย แต่ก็ยังใช้ความเก๋าเอาตัวรอดเข้ารอบน็อคเอาท์มาได้ ซึ่งรอบ 16 ทีมที่ผ่านมาก็จัดการส่ง “เทพธิดา” อตาลันต้า ออกจากรายการด้วยสกอร์รวมสองเลก 4-1 ถือว่าไม่ต้องเหนี่อยอะไรมากนัก สำหรับสภาพความพร้อมล่าสุดของตัวผู้เล่นในทีมมีข่าวร้ายสุดๆจากเกมทีมชาติเมื่อ เซร์คิโอ รามอส ปราการหลังกัปตันทีมโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานหมดสิทธิ์ลงสนามช่วยทีมแน่นอน รวมไปถึงแข้งที่บาดเจ็บอยู่ก่อนหน้าทั้ง เอแดน ฮาซาร์ดาเนียล การ์บาฆัล และ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ ทำให้เกมนี้ทีมดังจากสเปนจะขาดผู้เล่นแน่นอน 4 รายด้วยกัน

วิเคราะห์บอล ผู้มาเยือน

ผู้มาเยือน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ฤดูกาลนี้ลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผลงานในพรีเมียร์ลีกดรอปลงไปแบบน่าใจหาย เปลี่ยนสถานะจากทีมแชมป์เก่ามาทำได้แค่ลุ้นไปเล่นบอลยุโรปเท่านั้น อย่างไรก็ตามก็ยังเข้าใจได้ส่วนหนึ่งว่าทีมหงส์แดงมีช่วงปรับตัวไม่ทันที่บรรดาผู้เล่นตัวเก่งโดยเฉพาะแนวรับบาดเจ็บหมดทั้งแผงจนต้องถอยเอาสองกองกลางตัวเก่งลงมายืนคู่เป็นกองหลังแทนอยู่ช่วงหนึ่ง ทว่าในช่วงหลังเหมือนพวกเขาจะปรับตัวได้ดีขึ้นเก็บชัยชนะมาครองได้ 4 เกมติดต่อกันแล้ว โดยที่ไม่เสียประตูให้คู่แข่งเลยอีกด้วย นัดล่าสุดเพิ่งจะโชว์ฟอร์มสุดเหี้ยมบุกไปไล่ขย่มจน “ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล แตกพ่ายแบบไร้ทางสู้ 3-0 ด้านผลงานในรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กลับเป็นหนังคนละม้วน ทัพหงส์แดงผ่านเข้ารอบมาได้แบบฉลุยไม่มีสะดุดคว้าแชมป์รอบแบ่งกลุ่ม ก่อนที่จะไล่ตบ “เดอะ เร้ดบูลล์” แอร์เบ ไลป์ซิก ทีมแกร่งจากเยอรมัน ได้แบบสบายๆ 4-0 ส่วนสภาพความพร้อมล่าสุดของผู้เล่นภายในทีมจะขาดแข้งหน้าเดิมๆอย่าง  เวอร์จิล ฟาน ไดจ์คโจ โกเมซโจเอล มาติป และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เพิ่มเติมมาอีกรายคือมหาเทพประจำทีม ดิว็อค โอริกี้ ที่มีอาการบาดเจ็บจะไม่ได้ลงสนามช่วยทีมเช่นกัน

วิเคราะห์บอล ก่อนเกม

คู่นี้เพิ่งจะเจอกันมาครั้งล่าสุดในรอบชิงชนะเลิศรายการนี้ปี 2018 ที่ฝ่ายเจ้าบ้านคว้าชัยมาได้แบบมีหลายๆ เหตุการณ์ให้จดจำ 3-1 มาในชั่วโมงนี้ทั้งคู่ถือว่ากำลังกลับมาอยู่ในช่วงมั่นใจอีกครั้ง ฝั่งเจ้าบ้านเกมรุกที่เคยสะเปะสะปะเริ่มกลับมาเข้าร่องเข้ารอย 4 เกมล่าสุดกดไป 10 ประตู แต่สิ่งที่ค่อนข้างน่าห่วงเป็นเกมรับของทีมที่มักจะขาดสมาธิเสียประตูกันง่าย เกมนี้ทีมยังขาดผู้นำในแดนหลังอย่าง รามอส เชื่อว่ามีโอกาสไม่น้อยที่เจ้าบ้านจะเสียประตูในบ้านตัวเอง แต่ทางผู้มาเยือนจากอังกฤษนั้นมีปัญหาหนักกว่า ยังคงต้องจับคู่ 2 กองหลังตัวสำรองอย่าง โอซาน คาบัค และ แนท ฟิลลิปส์ ต่อไป แม้ 4 เกมที่ทั้งคู่จับคู่กันมาฟอร์มแจ่มยังไม่โดนยิงเลยแม้แต่ประตูเดียว แต่ด้วยคุณภาพของทีมระดับต้นๆ ของโลกลูกหนังจะเป็นบทสอบว่าพวกเขาจะรับมือกับความกดดันระดับนี้ได้หรือไม่ เมื่อไปที่ผลงานเกมล่าสุดของทั้งสองทีมที่ดูเหมือนจะกลับร่างเก่งของตัวเองกันได้อีกครั้ง ระบบการเล่นกลับมาลงล็อค ทำให้คาดการณ์ผลการแข่งขันได้ยากมาก นัดนี้รูปเกมน่าจะออกมาแบบเบียดเสียดใกล้เคียงกันสุดๆ อยู่ที่ว่าฝ่ายไหนจะฉกฉวยจังหวะมาได้มากกว่ากัน ซึ่งทั้ง โชต้า และ เบนเซม่า กำลังฟอร์มเข้าข้อยิงเป็นเข้า ทั้งสองฝั่งจึงมีโอกาสสูงที่จะได้สกอร์ติดมือในเกมนี้ แต่บทสรุปของเกมอาจจะยังหาทีมเหนือกว่าไม่ได้เสมอกันไปก่อนเพื่อเป็นการดูเชิงในยกแรก

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เรอัล มาดริด (4-3-3)

ติโบต์ กูร์กตัวส์ (GK) – ลูกัส บาสเกซราฟาเอล วารานนาโช่แฟร์กล็องด์ เมนดี้ – ลูก้า โมดริช, คาเซมิโร่อิสโก้ – มาร์โก อเซนซิโอคาริม เบนเซม่าวินิซิอุส จูเนียร์

ลิเวอร์พูล (4-3-3)

อลิสซอน เบ็คเกอร์ (GK) – เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์โอซาน คาบัคแนท ฟิลลิปส์แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – ติอาโก้จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุมฟาบินโญ่ – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ซาดิโอ มาเน่ดิโอโก้ โชต้า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *